วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553

นักธุรกิจหนุ่มวัย 27 ปีประสบความสำเร็จในชีวิต



คมกริช จันทรวิสูตร นักธุรกิจหนุ่มวัย 27 ปีที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแถมยังติดอันดับ 1 ใน 50 ผู้ชายในฝันจากการสำรวจของนิตยสารคลีโอ

ชื่อจริง : คมกริช จันทรวิสูตรฐ [Komkrit Chantarawisut]
ชื่อเล่น : เติ้ล [Tle] อายุ : 29 ปี ภูมิลำเนา : ประเทศไทย เชื้อชาติ :ไทย สัญชาติ : ไทย ศาสนา : พุทธ สถานภาพ : โสด อาชีพ : นักธุรกิจ, เจ้าของโรงแรม
ผลงาน ประกวด 1 ใน The Cleo 50 Most Eligible Bachelors 2003
หน้าที่การงาน
- เคยทำงานที่บริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์
- สัญธิญา รีสอร์ท แอนด์ สปา บนหาดท้องนายปาน เกาะพะงัน
- กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีวีเอส เทคโนโลยี ผู้ดำเนินธุรกิจบ้านน็อกดาวน์ทรงไทยประยุกต์จากไม้สัก Thai Modern Home
บทสัมภาษณ์
เมื่อเร็วๆ นี้ เขาเพิ่งเปิดธุรกิจโรงแรมแบบ Exotic Hideaway คือ สัญธิญา รีสอร์ท แอนด์ สปา บนหาดท้องนายปาน เกาะพะงัน ทำไมเขาคิดที่จะเปิดโรงแรม ทั้งที่มีธุรกิจบ้านไม้สักน็อคดาวน์ที่กำลังไปได้ดี “จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้มีรีสอร์ทอยู่ที่นี่ ปานวิมาณ ยอดขายดี ทุกอย่างขายดีหมด แล้วห้องก็เริ่มเต็ม แต่ปานวิมาณ เป็นธุรกิจของคุณลุงและคุณพ่อหุ้นกัน แต่คราวนี้เราอยากจะทำของตัวเอง ก็เลยขยายมาที่นี่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามีกลุ่มลูกค้า คอนเซปต์ของเราคือการพักผ่อนที่แตกต่าง มีหาดส่วนตัว และเป็นสถานที่หรูบนเกาะพะงัน”โรงแรมแห่งนี้สร้างแบบไทยคลาสสิก ใช้ไม้สักล้วนๆ ทั้งตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งร้านอาหาร โต๊ะ เก้าอี้ และโคมไฟ แม้กระทั่งน้ำตกยังใช้ไม้สักประดับเข้ากันอย่างสวยงาม “แรกๆ ไปซื้อที่ดินบนเกาะสมุย แต่ซื้อแล้วก็ขายได้เงินมาก้อนหนึ่ง พ่อก็เลยเอามาสร้างที่ปานวิมาณ (เกาะพะงันเมื่อ 20 ปีก่อน) เหมือนกับว่าต้นทุนที่นี่จะถูกกว่า สร้างที่เกาะสมุยได้แค่ 2 ไร่ สำหรับสัญธิญามีประมาณ 40 ไร่ บนเกาะสมุยที่ดินราคาไร่ละ 10 กว่าล้าน (ขณะที่เกาะพะงันติดทะเลไร่ละ 7 ล้าน ติดเขาไร่ละ 3 ล้าน) ก็เลยเลือกมาลงทุนที่นี่ เพราะแนวโน้มน่าจะดีกว่า และเรามีสปีทโบ๊ต ไว้คอยดูแลลูกค้าจากเกาะสมุยมาพะงัน”
แม้ครอบครัวของเขาจะมีธุรกิจให้สานต่อ แต่การทำธุรกิจโรงแรมบนเกาะพะงันก็มาจากความคิดของเขาล้วนๆ โดยก่อนหน้านี้เติ้ลเคยทำงานที่บริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เพื่อเรียนรู้ระบบงาน จากนั้นก็ออกมาทำธุรกิจบ้านไทยไม้สักน็อคดาวน์ ซึ่งเป็นธุรกิจของตัวเอง ”ตอนผมทำงานเฟอร์นิเจอร์ติดต่อกับหน่วย งานราชการ ก็ไม่ค่อยได้กำไรเท่าไหร่ ก็เลยลองเปลี่ยนสไตล์เป็นศาลาไม้สัก บ้านไม้สัก พอทำได้ระยะหนึ่ง เห็นโอกาสว่า เราทำธุรกิจด้านรีสอร์ท ก็เลยมาลงทุนที่นี่ (ลงทุนไป 500 ล้านบาท) แม้ว่าตลาดอุตสาหกรรมไทยจะชะลอตัวลง แต่งานด้านบริการในเมืองไทยนับวันจะดีขึ้นถามว่างานแบบนี้สนุกไหม เป็นงานที่ชอบหรือเปล่า? เติ้ลตอบว่า เป็นงานที่หนักเหมือนกัน แต่ตอบไม่ได้ว่างานที่สนุกกว่านี้เป็นอย่างไร รู้แต่ว่าเป็นธุรกิจที่ต้องทำ พอทำแล้วก็ชอบ เนื่องจากเป็นลูกคนโตของครอบครัว ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่คุณพ่อคุณแม่ได้วางไว้หมดแล้ว เป็นงานที่ต้องบริหารให้ได้
“ก็ฝึกมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ให้เป็นคนที่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ไม่อยากหยุด หมายความว่า ไปไหนมาไหน พ่อมักจะชี้ให้ดูว่า ต้องทำแบบนี้นะ สอนให้เราขยันหมั่นเพียร สอนว่าเวลาคนเราจะทำอะไรก็ตาม ต้องคิดตลอดเวลา ไม่ใช่คิดแล้วจบ พ่อบอกว่า พ่อก็คิดตลอดเวลาจนกว่าจะหลับตา แล้วก็นอนหลับไปเลย ตื่นเช้ามาก็ลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่จะขยันและไม่หยุดคิด” เติ้ลบอกอีกว่า ถ้าพ่อแม่เป็นแบบไหน ลูกก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนั้นด้วย บางครั้งก็กดดันเหมือนกัน แต่ก็สนุกและผ่านไปได้
“บ้านไทยไม้สักน็อคดาวน์นี่เป็นธุรกิจที่ผมคิด เอง แต่รีสอร์ทนี่ พ่อซื้อที่ดินแล้วให้เราทำ ตอนนั้นผมอยากทำร้านอาหารที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ที่ดินบนเกาะพะงัน ตอนนั้นอาบอกว่าที่บนเกาะใหญ่กว่าในกรุงเทพฯ ก็เลยตกลงมาทำที่นี่” เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่ง ทว่าเป็นคนขยันและชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และปลายปีนี้เขาจะเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังคิดทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ ต่อไป อาจเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ
ถามว่า เรื่องไหนยากที่สุดในงานนี้ ได้รับคำตอบว่า “ใจตัวเองครับ ตอนนี้ต้องโฟกัสไปเลยว่า ห้ามวอกแวก ต้องทำงานให้สำเร็จ อย่างเวลามีเพื่อนมา จะวอกแวก ต้องตั้งเป้าไปเลยว่า 5 ปีนี้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่สนใจว่าเพื่อนจะไปไหน ไม่ไปสังสรรค์ อยู่ที่นี่เพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จ เพราะผมเป็นคนชอบสังสรรค์ ถ้าไม่ตั้งใจทำเต็มที่ เดี๋ยวทุกอย่างพังหมด ตอนนี้ทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงคืน อย่างเก่งดื่มเบียร์ 1 ขวด(เล็ก) แล้วเข้านอน ถือว่าเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง”
เติ้ลยอมรับว่า พ่อและแม่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้เขา ปัจจุบันคุณพ่ออายุ 56 ปี ส่วนคุณแม่อายุ 52 ปี ทั้งคู่ยังคงทำงานหนัก และไม่เคยพัก เขาซึมซับสิ่งเหล่านี้ไว้ในชีวิต และทุกวันนี้เขายังคงเป็นคนที่ใช้ความคิดตลอดเวลา จะหยุดคิดก็ต่อเมื่อนอนหลับ ”ตื่นเช้าขึ้นมา ก็ลงมือทำงานตามแผนที่คิดไว้” นี่คือ สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต
จากที่ได้พูดคุยก็รู้แล้วว่า เขาจะไม่ยอมเป็นคนแก่ที่ไร้ค่า จนกว่าจะสิ้นลมหายใจ
ที่มา http://hit.tidtam.com/hot/%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8A.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น