วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเรียน (3)



3.ทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร
ภาษาเป็นตัวกลางที่ช่วยให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และก่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาการของวิทยาการต่าง ๆ มากมาย ในโลกไร้พรมแดน หรือ ยุคสังคมข่าวสารนี้ ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษามากกว่า 1 ภาษาย่อมแสวงหาความรู้ได้มากขึ้น สามารถที่จะแสวงหาความรู้ที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต และ พัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพของตนเอง ทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วย การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนนี้ อาศัยความเข้าใจหลักของภาษา ไวยากรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการฝึกฝน ทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น ทักษะการอ่านมีความสำคัญมากต่อการแสวงหาความรู้ และ การพัฒนาความสามารถในการคิด ทักษะการเขียนมีความสำคัญมากต่อการถ่ายทอดผลของการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การวัดและประเมินผลการศึกษา เป็นต้น การฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางด้านภาษาไม่ใช่เรื่องยากนัก หากนักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญและมีความมุมานะในการฝึกฝนอย่างจริงจัง
(ยังมีต่อ)

อ้างอิงจาก บทความแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ที่มา http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/OesPage/Guide/article/n10.html

ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเรียน (2)





ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอีกประเด็นหนึ่งสำหรับนักเรียน คือ
2.ทักษะด้านอารมณ์ ความรู้สึก
แต่เดิมนั้นทักษะด้านอารมณ์ และความรู้สึก เป็นทักษะที่ถูกละเลยในด้านการศึกษา แต่หลังจากที่มีการศึกษาค้นคว้ามากมาย นักจิตวิทยาและนักการศึกษาก็ให้ความสนใจในทักษะนี้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น การที่นักเรียนที่มีความเข้าใจในบทเรียนเป็นอย่างดี แต่เมื่อเข้าห้องสอบกลับเกิดความรู้สึกตื่นเต้น วิตกกังวล บางรายมีอาการแสดงออกทางกาย ได้แก่ เหงื่อออกตามมือ หัวใจเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ เป็นต้น และไม่สามารถทำข้อสอบได้ดี นั้น เป็นผลมาจากสาเหตุมากมายหลายประการ แต่สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือการขาดทักษะในการจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึกของ ตนเอง การฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางด้านนี้จำเป็นจะต้องใช้ระยะเวลา และการยอมรับตนเอง ในการพัฒนาทักษะด้วย และการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ ความรู้สึกที่เหมาะสมนั้น ยังมีผลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพและความสำเร็จในการดำเนินชีวิตอีกด้วย


อ้างอิงจาก บทความแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ที่มา http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/OesPage/Guide/article/n10.html

ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเรียน (1)



การแสวงหาความรู้ การคัดเลือก หรือค้นคว้าหาข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาตนเองด้านการศึกษา นักเรียนจึงควรพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเป็นนักเรียน สรุปได้ 5 ทักษะ ดังนี้

1.ทักษะพื้นฐานทางด้านการคิดและการใช้เหตุผล
ความสามารถในการคิดและการใช้เหตุผล เป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษาและการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน มนุษย์เราส่วนใหญ่ได้รับการฝึกฝนให้พัฒนาทักษะการคิด และ การใช้เหตุผลมาตั้งแต่เยาว์วัย โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลบ้าง แต่หากเราได้ใช้การสังเกตตนเอง จะพบว่าเรามีการสัมผัสต่อสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นแวดล้อมตัวเราอยู่ตลอดเวลา หากเราสามารถที่จะตั้งคำถามอย่างถูกต้องต่อสิ่งใหม่ ๆ ที่เราสัมผัสได้ เราก็จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดและการใช้เหตุผลได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างคำถามพื้นฐานที่ช่วยให้กระบวนการคิดและการใช้เหตุผลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ คำถามเพื่อการรวบรวมข้อมูล -ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร คำถามเพื่อแสวงหาสาเหตุ - ทำไม เพื่อสามารถ วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาได้)เมื่อเริ่มตั้งคำถามนั้น หากเราไม่สามารถที่จะจดจำได้ทั้งหมด เราควรจดบันทึก บันทึกเหล่านั้นจะช่วยให้เราสามารถสะสมข้อมูลที่จำเป็น สำหรับการแยกแยะประเด็น หรือรวบรวมประเด็น ในการคิดและการใช้เหตุผลในขั้นต่อไป นอกจากนี้ คนที่มีความสามารถในการศึกษาไม่ใช่คนที่เก่งในการจดจำ แต่เป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิด และรู้จักการใช้เหตุผลอย่างเหมาะสม สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ (ยังมีต่อ)
อ้างอิงจาก บทความแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ที่มา http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/OesPage/Guide/article/n10.html

สทศ.เปิดรับสมัครสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2553

ข่าวแจ้งนักเรียนชั้นม.6 ปี 2553 เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบ GAT/PAT ขณะนี้ สทศ.เปิดรับสมัครสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2553
รับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 - 25 พฤษภาคม 2553
กำหนดวันสอบ วันที่ 3 - 4 และ 10 - 11 กรกฎาคม 2553
กำหนดการจัดการทดสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2/2553
การรับสมัคร : แบ่งผู้สมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
􀂐 กลุ่มที่ 1 ผู้สมัครที่ประสงค์จะสอบที่สนามสอบกรุงเทพฯ/สมุทรปราการ/นนทบุรี/ปทุมธานี
1) ลงทะเบียน (ผู้สมัครรายใหม่ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน) วันที่ 1 – 25 พฤษภาคม 2553
2) สมัครสอบและเลือกจังหวัด/เขต หรือ อำเภอที่ต้องการไปสอบ วันที่ 1 – 25 พฤษภาคม 2553
3) ชำระเงิน วันที่ 1 – 28 พฤษภาคม 2553
4) เลือกสนามสอบ วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2553
􀂐 กลุ่มที่ 2 ผู้สมัครที่ประสงค์จะสอบที่สนามสอบจังหวัดอื่น
1) ลงทะเบียน (ผู้สมัครรายใหม่ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน) วันที่ 1 – 25 พฤษภาคม 2553
2) สมัครสอบและเลือกจังหวัด/อำเภอที่จะสอบ วันที่ 1 – 25 พฤษภาคม 2553
3) ชำระเงิน วันที่ 1 – 28 พฤษภาคม 2553
ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลผู้สมัคร วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2553
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ พร้อมเลขที่นั่งสอบและสถานที่สอบ วันที่ 14 มิถุนายน 2553
พิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ วันที่ 21 มิถุนายน 2553
กำหนดวันสอบ วันที่ 3 - 4 และ วันที่ 10 - 11 กรกฎาคม 2553
ประกาศผลสอบ วันที่ 14 สิงหาคม 2553

ตารางสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2 เดือนกรกฎาคม 2553
วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553
เวลา 08.30 – 11.30 น. สอบวิชา 85 GAT ความถนัดทั่วไป
เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชา 71 PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์
วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2553
เวลา 08.30 – 11.30 น. สอบวิชา 72 PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชา 75 PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู
วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2553
เวลา 08.30 – 11.30 น. สอบวิชา 73 PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชา 74 PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2553
เวลา 08.30 – 11.30 น. สอบวิชา 76 PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
เวลา 13.00 – 16.00 น. สอบวิชา 77 PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส
สอบวิชา 78 PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน
สอบวิชา 79 PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น
สอบวิชา 80 PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน
สอบวิชา 81 PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ
สอบวิชา 82 PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี
ประกาศผลสอบ วันที่ 14 สิงหาคม 2553

ที่มาhttp://www.niets.or.th/

การเตรียมความพร้อมสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (ต่อ)


การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้
การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นจริงอยู่ที่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะเรียนจะอ่านกันอย่างจริงจังให้ได้สาระความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชา ก็ควรจะจัดให้มีมุมเรียนเฉพาะ มีบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี
•มุมเรียน
นักเรียนควรเลือกสถานที่เฉพาะสำหรับการเรียนของเรา ที่ควรจะมีความเงียบ สงบ ไม่มีสิ่งรบกวนจากเครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ
•อุปกรณ์การเรียน
ควรจัดหาโต๊ะ - เก้าอี้ที่จะนั่งเรียน นั่งอ่านของเราให้มีขนาดความสูงพอเหมาะ เก้าอี้มีพนักพิงที่ตรงเบาะนั่งไม่แข็ง และไม่นุ่มสบายจนเกินไป มีเครื่องเขียน ดินสอ ปากกา กระดาษ สมุดฯ ตำราเรียน เอกสารการเรียนที่จะวางไว้สะดวกในการใช้
•แสงสว่าง
การอ่านต้องอาศัยแสงสว่างที่เพียงพอ จัดให้แสงไฟส่องมาจากด้านข้าง และเอียงไปทางด้านหลัง ควรใช้ไฟจากหลอดเรืองแสง (fluorescent) ที่มีสีขาวนวล
•อุณหภูมิ
จัดให้มีที่ระบายอากาศ ช่วยปรับอุณหภูมิ ณ มุมเรียนของเราให้ไม่ร้อนจนเกินไป ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยให้มีการตื่นตัวต่อการเรียนรู้ที่ดี อยู่ที่อุณหภูมิ ประมาณ 22 - 25 องศาเซลเซียส
การจัดเตรียมเวลาเพื่อการเรียนรู้
นักเรียนจะต้องจัดการเวลาของตนที่มีอยู่ส่วนหนึ่งมาใช้ในการอ่านเพื่อเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับเวลาเรียนที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนต้องทำก่อน
เวลาที่เหมาะสม
ในแต่ละวันจะต้องมีเวลาที่จะอ่านหนังสือทบทวน ทำการบ้าน จดบันทึก โดยถือเป็นกิจวัตร เวลาที่เหมาะสมควรอยู่ในช่วงเวลา 20.00 - 23.00 น. ในตอนกลางคืน และตอนเช้า 04.30-06.30 น. จัดทำเป็นตารางเรียน กำหนดว่าจะอ่านทบทวนวิชาอะไรบ้าง ประมาณ 1 - 2 ชั่งโมงในแต่ละวัน
ความพร้อมที่นักเรียนได้จัดเตรียมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สภาพแวดล้อม และเวลาที่เหมาะสม เพื่อการเรียน จะช่วยนำนักเรียนเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
อ้างอิงจาก บทความแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยสุทัยธรรมาธิราช
ที่มา http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/OesPage/Guide/article/n9.html

การเตรียมความพร้อมสู่การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ


ในโลกปัจจุบัน เป็นโลกแห่งการเรียนรู้ ทุกคนต้องแสวงหาความรู้โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long-Learning) และการเรียนรู้ที่สำคัญมาจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Study) มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ผ่านสื่อการศึกษาในรูปแบบของสื่อประสม เช่น หนังสือ สิ่งพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ชุดคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เทปเสียง เทปภาพวีดิทัศน์ ฯลฯ
นักเรียนจะเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ เป็นผู้สามารถรับผิดชอบดำเนินการทางการเรียนได้ในทุกกรณี โดยผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลตามหลักสูตร ภายในระยะเวลาที่กำหนด
การจัดเตรียมตนเองเพื่อการเรียนรู้ การจัดเตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อการเรียนรู้ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่นักเรียนสามารถ ดำเนินการได้เองไม่ต้องขึ้นกับสิ่งใด เพียงแต่คอยกำกับควบคุมจิตใจและร่างกายของเราให้พร้อมที่จะเรียน ดังนี้
•มีจิตสำนึกในตนว่าเราเป็นนักเรียนด้วยการหมั่นนึกระลึกถึงเสมอ ๆ ว่าขณะนี้เราเป็นนักเรียนต้องแสวงหาความรู้ มีความรับผิดชอบในการเรียน รักการเรียน เห็นคุณค่าของการเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน
•มีใจมุ่งมั่นสู่เป้าหมายการเรียน
นักเรียนต้องรู้จุดหมายที่แน่นอนว่าต้องการเรียนเพื่ออะไร อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ มีความตั้งใจและมุ่งมั่น
•มีวินัยในตนเองการมีวินัยในตนเองที่จะเรียนรู้เป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องพยายามฝึกฝนตน ให้สามารถบังคับควบคุมพฤติกรรมส่วนตัว รวมทั้งอารมณ์ของตนเองให้กระทำ เพื่อเกิดการเรียนรู้จนบรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น อ่านหนังสือเรียนตามตารางเรียนที่กำหนดไว้ทุกวัน ทำแบบฝึกหัด บันทึกย่อ และทบทวนสม่ำเสมอ ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง หลีกเลี่ยงหาสาเหตุอื่นมาอ้างที่จะไม่อ่าน ไม่เรียน
•มีการรักษาสุขภาพตนเองนักเรียนต้องสนใจห่วงใยระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียนหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน การดูแลตนเองด้วยการปฏิบัติตนตามสุขนิสัยที่ดี ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
•มีท่าของการอ่านที่ถูกสุขลักษณะ
การอ่านที่ใช้กายภาพอย่างเหมาะสม ควรจะเป็นการนั่งให้หลังตรง จะทำให้เลือด ไปเลี้ยงสมองได้ดี ช่วยให้การเรียนรู้และการจดจำดี มีความตื่นตัว จัดวางเอกสารการสอนที่อ่าน ให้อยู่ห่างจากนัยน์ตาของเรา ประมาณ 1 - 1.5 ฟุต

อ้างอิงจาก บทความแนะแนวการศึกษา มหาวิทยาลัยสุทัยธรรมาธิราช
ที่มา http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/OesPage/Guide/article/n9.html

จุฬารับตรง นับสิบคณะ ปี 2554


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรับบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี โดยวิธีรับตรง(แบบพิเศษ)
ติดตามดูข้อมูลได้ที่ http://www.admissions.chula.ac.th/chulasp54.html
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรับบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี โดยวิธีรับตรง(แบบปกติ) ติดตามดูข้อมูลได้ที่ http://www.admissions.chula.ac.th/normal54.pdf
ปฏิทินการรับสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี
โดยวิธีรับตรง ประจำปีการศึกษา 2554


17 พฤษภาคม- 4 มิถุนายน 2553 รับสมัครสอบวิชาเฉพาะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดสอบ
18 มิถุนายน 2553 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบวิชาเฉพาะ
24-26 กรกฎาคม 2553 จัดสอบวิชาเฉพาะ (วิชาทฤษฎี)
2-6 ตุลาคม 2553 จัดสอบวิชาเฉพาะ (วิชาทักษะ)
26 สิงหาคม 2553 ประกาศคะแนนสอบวิชาเฉพาะ (วิชาทฤษฎี)
1-7 กันยายน 2553 รับสมัครเข้ารับการคัดเลือกโดยวิธีรับตรง (แบบพิเศษ)
1-7 กันยายน 2553 รับสมัครสอบโครงการภาษาและวรรณคดีไทย
27 กันยายน 2553 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก
27 กันยายน 2553 ประกาศรายชื่อผู้ต้องทดสอบความสามารถเฉพาะทาง
22 ตุลาคม 2553 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
26 ตุลาคม 2553 สอบสัมภาษณ์
29 ตุลาคม 2553 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา
4 พฤศจิกายน 2553 รายงานตัวเข้าศึกษา
15-29 พฤศจิกายน 2553 รับสมัครเข้ารับการคัดเลือกโดยวิธีรับตรง (แบบปกติ)
20 ธันวาคม 2553 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก
3 มกราคม 2554 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
10 มกราคม 2554 สอบสัมภาษณ์
19 มกราคม 2554 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา
24 มกราคม 2554 รายงานตัวเข้าศึกษา
ที่มา http://www.atc.chula.ac.th/th_html/admissions.html บุ